รถยนต์อัจฉริยะไร้คนขับ นวัตกรรมที่เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต

รถยนต์อัจฉริยะไร้คนขับ นวัตกรรมที่เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต

รถยนต์อัจฉริยะไร้คนขับ เทคโนโลยีที่คาดว่าจะเข้ามายังสู่ตลาดโลกเร็วกว่าที่คาดไว้ เป็นอีกนึงเทคโนโลยีที่สะท้อนความก้าวหน้าของมนุษย์ ปัจจุบันมีหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกพยายามพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ความเจ๋งของเทคโนโลยีนี้ก็คือ แม้ว่าคุณจะไม่เอารถมาก็สามารถใช้แอปพลิเคชันเรียกรถมาได้ รถก็จะขับมาหาคุณเองโดยอัตโนมัติ และยังมีอีกหลายอย่างที่กำลังพัฒนาอยู่ คาดว่าในปี 2025 เราจะเห็นรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติหรือกิ่งอัตโนมัติประมาน 8 ล้านคันบนท้องถนน

รถยนต์อัจฉริยะไร้คนขับ นวัตกรรมที่เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต
รถยนต์อัจฉริยะไร้คนขับ นวัตกรรมที่เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต

Autonomous Car กับ 6 ระดับของความเป็นอิสระของยานพาหนะ

0 (No Driving Automation) ยานพาหนะส่วนใหญ่บนท้องถนนในปัจจุบันคือระดับ 0 ควบคุมด้วยตนเอง แม้ว่าจะมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ตัวอย่างเช่น ระบบเบรกฉุกเฉิน เนื่องจากในทางเทคนิคแล้ว จึงไม่เข้าข่ายเป็นระบบอัตโนมัติ

1 (Driver Assistance) นี่คือระดับต่ำสุดของระบบอัตโนมัติ รถยนต์มีระบบอัตโนมัติเพียงระบบเดียวสำหรับการช่วยเหลือคนขับ เช่น การบังคับเลี้ยวหรือการเร่งความเร็ว (ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับความเร็วอัตโนมัติซึ่งสามารถจอดรถได้ในระยะที่ปลอดภัยหลังรถคันถัดไป ถือเป็นระดับ 1 เนื่องจากคนขับที่เป็นมนุษย์จะคอยตรวจสอบด้านอื่นๆ ของการขับขี่ เช่น การบังคับเลี้ยวและการเบรก

2 (Partial Driving Automation) ซึ่งหมายถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่รถยนต์ขั้นสูงหรือ ADAS รถสามารถควบคุมได้ทั้งการบังคับเลี้ยวและการเร่งรวมถึงลดความเร็ว ที่นี่ระบบอัตโนมัติขาดการขับเองเพราะมนุษย์นั่งอยู่บนที่นั่งคนขับและสามารถควบคุมรถได้ตลอดเวลา ระบบ Super Cruise ของ Tesla Autopilot และ Cadillac (General Motors ) มีคุณสมบัติเป็น ระดับ 2

3 (Conditional automation) การก้าวข้ามจะระดับ 2 ไป เป็นระดับ 3 นั้นมีความสำคัญอย่างมากจากมุมมองของเทคโนโลยี จะละเอียดอ่อนหากไม่ได้ละเลยจากมุมมองของมนุษย์ ยานพาหนะระดับ 3 มีความสามารถใน การตรวจจับสภาพแวดล้อม และ สามารถตัดสินใจอย่างมีข้อมูลสำหรับตนเอง เช่น การเร่งแซงรถที่เคลื่อนที่ช้าแต่พวกเขายังต้องตื่นตัวและพร้อมที่จะควบคุมหากระบบไม่สามารถดำเนินการได้

4 (High Driving Automation) ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างระบบอัตโนมัติระดับ 3 และระดับ 4 คือยานพาหนะระดับ 4 สามารถเข้าไปแทรกแซงได้หากมีสิ่งผิดปกติหรือระบบขัดข้อง ยานพาหนะระดับ 4 สามารถทำงานในโหมดขับเคลื่อนด้วยตนเอง แต่จนกว่ากฎหมายและโครงสร้างพื้นฐานจะพัฒนาขึ้น พวกเขาสามารถทำได้ในพื้นที่ที่จำกัดเท่านั้น (โดยปกติคือในสภาพแวดล้อมในเมืองที่ใช้ความเร็วได้สูงสุดแค่ 30 ไมล์ต่อชั่วโมงเท่านั่น)

5 (Full Driving Automation) ยานพาหนะระดับ 5 ไม่ต้องการการดูแลของมนุษย์ การขับขี่แบบไดนามิก ถูกนำออกไป รถยนต์ระดับ 5 จะไม่มีแม้แต่พวงมาลัยหรือคันเร่งและเบรก รถยนต์จะเป็นอิสระ สามารถไปได้ทุกที่และทำทุกอย่างเหมือนที่คนขับที่มีประสบการณ์สามารถทำได้ รถยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบกำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบในหลายพื้นที่ของโลก แต่ยังไม่มีให้ใช้บริการแก่บุคคลทั่วไป

สุดท้ายแล้ว แอดมินคิดว่าเทคโนโลยีนี้น่าสนใจมาก ถึงแม้ผู้ใช้รถไม่มีรถอยู่ก็สามารถใช้แอปพลิเคชัน เรียกรถมาหาเราได้อีกด้วย หวังว่าในอนาคตเร็วๆนี้เทคโนโลยีนี้จะสมบูรณ์แบบแล้วนำออกมาสู่ตลาดให้พวกเราได้ซื้อและลองใช้กันนะครับ

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Technology

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เครดิต primavera-italiana.net

รถยนต์อัจฉริยะไร้คนขับ เทคโนโลยีที่คาดว่าจะเข้ามายังสู่ตลาดโลกเร็วกว่าที่คาดไว้ เป็นอีกนึงเทคโนโลยีที่สะท้อนความก้าวหน้าของมนุษย์ ปัจจุบันมีหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกพยายามพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ความเจ๋งของเทคโนโลยีนี้ก็คือ แม้ว่าคุณจะไม่เอารถมาก็สามารถใช้แอปพลิเคชันเรียกรถมาได้ รถก็จะขับมาหาคุณเองโดยอัตโนมัติ และยังมีอีกหลายอย่างที่กำลังพัฒนาอยู่ คาดว่าในปี 2025 เราจะเห็นรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติหรือกิ่งอัตโนมัติประมาน 8 ล้านคันบนท้องถนน Autonomous Car กับ 6 ระดับของความเป็นอิสระของยานพาหนะ 0 (No Driving Automation) ยานพาหนะส่วนใหญ่บนท้องถนนในปัจจุบันคือระดับ 0 ควบคุมด้วยตนเอง แม้ว่าจะมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ตัวอย่างเช่น ระบบเบรกฉุกเฉิน เนื่องจากในทางเทคนิคแล้ว จึงไม่เข้าข่ายเป็นระบบอัตโนมัติ 1 (Driver Assistance) นี่คือระดับต่ำสุดของระบบอัตโนมัติ รถยนต์มีระบบอัตโนมัติเพียงระบบเดียวสำหรับการช่วยเหลือคนขับ เช่น การบังคับเลี้ยวหรือการเร่งความเร็ว (ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับความเร็วอัตโนมัติซึ่งสามารถจอดรถได้ในระยะที่ปลอดภัยหลังรถคันถัดไป ถือเป็นระดับ 1 เนื่องจากคนขับที่เป็นมนุษย์จะคอยตรวจสอบด้านอื่นๆ ของการขับขี่ เช่น การบังคับเลี้ยวและการเบรก 2 (Partial Driving Automation) ซึ่งหมายถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่รถยนต์ขั้นสูงหรือ ADAS รถสามารถควบคุมได้ทั้งการบังคับเลี้ยวและการเร่งรวมถึงลดความเร็ว ที่นี่ระบบอัตโนมัติขาดการขับเองเพราะมนุษย์นั่งอยู่บนที่นั่งคนขับและสามารถควบคุมรถได้ตลอดเวลา ระบบ Super…